ตัวอย่างข้อสอบที่แบ่งตามระดับการวัดผลชุดวิชาที่ 1:
พื้นฐานการวางแผนการเงิน ภาษี และจรรยาบรรณ

 

1.
จงพิจารณาข้อมูลต่อไปนี้
 
I) การวางแผนการเงินมีความสำคัญมากขึ้น สาเหตุหนึ่งมาจากความซับซ้อนของตราสารการเงิน
II) Special Needs Planning เป็นแผนการเงินที่จะสามารถตอบสนองความต้องเฉพาะบุคคลได้
III) Comprehensive Financial Planning เป็นแผนการเงินที่จะช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิตได้
IV) วัตถุประสงค์ทางการเงินที่กำหนดไว้ไม่จำเป็นต้องคงที่ตลอดเวลา
  ตัวเลือกใดต่อไปนี้ ถูกต้อง ที่สุด
 
 
1)
ข้อ I, II, III, และ IV ถูก
2)
ข้อ II, III, และ IV ถูก
3)
ข้อ II และ III ถูก
4)
ข้อ I, II, และ III ถูก

 

2.
กระบวนการวางแผนการเงินประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้
 
I)
การวิเคราะห์และประเมินฐานะทางการเงินของผู้รับคำปรึกษา (Analyzing client’s financial status)
II)
การปฏิบัติตามแผนทางการเงิน (Implementing the plan)
III)
การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้วางแผนการเงินและผู้รับคำปรึกษา (Establishing client-planner relationship)
IV)
การประเมินและตรวจสอบแผนการเงิน (Monitoring the plan)
V)
การจัดทำและนำเสนอแผนทางการเงิน (Developing and presenting financial plan recommendations)
VI)
การรวบรวมข้อมูล (Gathering client’s data and determining goal)
  ข้อใดต่อไปนี้เรียงลำดับขั้นตอนกระบวนการวางแผนการเงินได้ ถูกต้อง
 
 
1)
I, VI, V, III, II, IV
2)
III, VI,I , V, II , IV
3)
VI, I, III, II, V, IV
4)
III, I, VI, V, II, IV

 

3.
นายสันติวางแผนที่จะซื้อบ้านให้พ่อแม่ที่อยู่จังหวัดโคราช ณ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 นายสันติมีรายได้ต่อปีเท่ากับ 550,000 บาทมีกระแสเงินสดสุทธิคงเหลือปีละ 380,000 บาท มีสินทรัพย์คิดเป็นมูลค่า 3,200,000 บาท มีภาระหนี้สินคงค้าง 1,300,000 บาท จากข้อมูลดังกล่าวนายสันติควรตั้งเป้าหมายทางการเงินตามหลัก SMART อย่างไร
 
 
1)
ต้องการซื้อบ้านให้พ่อแม่ภายในปี พ.ศ. 2553
2)
ต้องการซื้อบ้านให้พ่อแม่ในราคา 4 ล้านบาท ภายในจังหวัดนครราชสีมา
3)
ต้องการซื้อบ้านให้พ่อแม่ในราคา 5 ล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2558
4)
ต้องการซื้อบ้านให้พ่อแม่โดยซื้อเป็นเงินสดราคา 4.5 ล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2553

 

4.
ตัวเลือกใดต่อไปนี้ ถูกต้อง ที่สุด
 
 
1)
ธนาคารมักให้สินเชื่อแบบอัตราดอกเบี้ยผันแปรสำหรับผู้กู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อลดความเสี่ยง จากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย
2)
การใช้สินเชื่อแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่จะช่วยให้ผู้กู้ประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่าการกู้ดอกเบี้ยผันแปร
3)
สินเชื่อเพื่อการศึกษามักจะกำหนดให้ต้องจ่ายคืนแบบ Bullet repayment
4)
วงเงินเบิกเกินบัญชีมีข้อได้เปรียบสินเชื่อประเภทอื่นในด้านความสะดวก เพราะผู้กู้สามารถใช้สินเชื่อได้ทันที และไม่ต้องเสียดอกเบี้ยสำหรับวงเงินที่ยังไม่ได้เบิกถอน จึงเป็นที่นิยมใช้ในการทำธุรกิจ

 

5.
การตัดสินใจของบุคคลใดต่อไปนี้ เหมาะสม ที่สุด
 
 
1)
ไข่ตุ๋นเป็นพนักงานขายที่ขยันขันแข็งและมีความสุขกับการทำงานมาก เขาจะต้องไปพบลูกค้าแทบทั้งวัน เขาตัดสินใจเช่ารถยนต์มาใช้ เพราะไม่ต้องการจ่ายค่าประกันภัยอุบัติเหตุ
2)
ไข่ดาวและครอบครัวมีรายได้เบื้องต้นหลังหักภาษีเดือนละ 250,000 บาท ครอบครัวนี้ตัดสินใจซื้อบ้านหลังใหม่ราคา 5,800,000 บาท
3)
ไข่หวานและสามี มีรายได้รวมกันเดือนละ 135,000 บาท ปัจจุบันครอบครัวนี้มีภาระผ่อนหนี้สินรวมเดือนละ 54,000 บาท ไข่หวานตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่ให้ลูกสาวที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ซึ่งต้องผ่อนเดือนละ 9,000 บาท
4)
ไข่ต้มวางแผนจะแต่งงานในปีหน้า เขาจึงตัดสินใจเช่าบ้านอยู่เพราะดอกเบี้ยมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงต้องการนำเงินสำหรับดาวน์บ้านไปฝากธนาคารเพื่อรับดอกเบี้ยขาขึ้น
5.
ข้อใดเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่งคั่งให้กับลูกค้า
 
 
1)
การจัดการกลยุทธ์การลงทุนของลูกค้า
2)
การบริหารพอร์ตการลงทุนของลูกค้า
3)
การจัดการความเสี่ยงทางการเงินของลูกค้า
4)
การบริหารกระแสเงินสดรับและกระแสเงินสดจ่ายของลูกค้า

 

6.
นายสมชายตกลงที่จะคืนเงินจำนวน 1,000 บาท ที่ติดหนี้อยู่ให้กับท่าน โดยจะชำระคืนเป็นงวดจำนวน 4 งวด งวดละปี ถามว่าทางเลือกในการรับชำระหนี้ใดจะ ดีที่สุด สำหรับท่าน ถ้าสมมติอัตราดอกเบี้ยมีค่า 5% ต่อปี
 
 
1)
ปีที่ 1: $400 ปีที่ 2: $300 ปีที่ 3: $200 ปีที่ 4: $100
2)
ปีที่ 1: $100 ปีที่ 2: $200 ปีที่ 3: $300 ปีที่ 4: $400
3)
ปีที่ 1: $250 ปีที่ 2: $250 ปีที่ 3: $250 ปีที่ 4: $250
4)
ทุกข้อมีมูลค่าเท่ากันเพราะมีผลรวม $1,000 เท่ากัน

 

7.
นายสมหวังต้องการฝากเงินในวันนี้ โดยมีเป้าหมายว่าเงินออมจะต้องมีมูลค่ารวม 500,000 บาทในอนาคต ข้อใด ผิด เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเงินต้น (principal) อัตราดอกเบี้ย (interest rate) ความถี่ในการทบต้นดอกเบี้ย และระยะเวลาการออม
 
 
1)
ยิ่งอัตราดอกเบี้ยที่ระบุ (nominal interest rate) ของบัญชีเงินฝากสูงขึ้น ระยะเวลาที่ในการฝากเงินจะสั้นลง ถ้ากำหนดให้ปัจจัยอื่นคงที่
2)
ยิ่งความถี่ในการทบต้นดอกเบี้ยสูงขึ้น ระยะเวลาที่ในการฝากเงินจะสั้นลง ถ้ากำหนดให้ปัจจัยอื่นคงที่
3)
ยิ่งอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (effective interest rate) ของบัญชีเงินฝากสูงขึ้น ระยะเวลาที่ในการฝากเงินจะสั้นลง ถ้ากำหนดให้ปัจจัยอื่นคงที่
4)
ยิ่งระยะเวลาในการฝากยาวนานขึ้น เงินต้นที่ใช้จะต้องมีจำนวนมากขึ้น ถ้ากำหนดให้ปัจจัยอื่นคงที่

 

8.
นายเกษมสันต์กำลังวางแผนจะซื้อบ้านและมาขอคำปรึกษาจากท่าน โดยต้องการมีภาระในการผ่อนไม่เกิน 40% ของเงินเดือนในปัจจุบัน ระยะเวลาการผ่อนชำระ 20 ปี และในขณะนี้นายเกษมสันต์มีเงินสำหรับดาวน์บ้าน 400,000 บาท หากท่านมีข้อมูลว่าปัจจุบันนายเกษมสันต์มีเงินเดือน 40,000 บาท ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้มีค่า 8% ต่อปี ท่านจะแนะนำให้นายเกษมสันต์ซื้อบ้านราคาสูงสุด ไม่เกิน หลังละเท่าไร
 
 
1)
1,500,000 บาท
2)
1,800,000 บาท
3)
2,000,000 บาท
4)
2,300,000 บาท

 

9.
เมื่อ 2 ปีที่แล้ว สมมาตรซื้อรถยนต์ ในราคา 850,000 บาท โดยจ่ายเงินดาวน์ 150,000 บาท เหลือผ่อนชำระอีก 48 เดือน เดือนละ 18,000 บาท ถ้าขายรถยนต์คันนี้ในขณะนี้จะขายได้ในราคา 500,000 บาท ตัวเลือกใดต่อไปนี้ ถูกต้อง ที่สุด
 
 
1)
รถยนต์ถือเป็นสินทรัพย์มูลค่า 850,000 บาท เป็นหนี้สินระยะยาว 864,000 บาท เป็นกระแสเงินสดจ่ายคงที่เดือนละ 18,000 บาท
2)
รถยนต์ถือเป็นสินทรัพย์มูลค่า 850,000 บาท เป็นหนี้สินระยะยาว 432,000 บาท เป็นกระแสเงินสดจ่ายคงที่เดือนละ 18,000 บาท
3)
รถยนต์ถือเป็นสินทรัพย์มูลค่า 500,000 บาท เป็นหนี้สินระยะยาว 864,000 บาท เป็นกระแสเงินสดจ่ายคงที่เดือนละ 18,000 บาท
4)
รถยนต์ถือเป็นสินทรัพย์มูลค่า 500,000 บาท เป็นหนี้สินระยะยาว 432,000 บาท เป็นกระแสเงินสดจ่ายคงที่เดือนละ 18,000 บาท

 

10.
จากข้อมูลงบกระแสเงินสดส่วนบุคคลต่อไปนี้
 
I)
ค่าอาหาร ค่าสาธารณูปโภคที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน ถือเป็นกระแสเงินสดจ่ายผันแปร
II)
กระแสเงินสดจ่ายที่มากกว่ากระแสเงินสดรับ ทำให้ความมั่งคั่งสุทธิลดลงได้
III)
เงินโบนัสของปีนี้ที่จะได้รับเดือนมกราคมปีหน้า ถือเป็นกระแสเงินสดรับสำหรับงวดปีนี้
IV)
กระแสเงินสดจ่ายที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุด คือ เงินออมและเงินลงทุน
  ตัวเลือกใดต่อไปนี้ ถูกต้อง ที่สุด
 
 
1)
ข้อ II, III และ IV ถูก
2)
ข้อ I, II และ III ถูก
3)
ข้อ I, II, และ IV ถูก
4)
ข้อ II และ IV ถูก

 

11.
สมหญิงมีความมั่งคั่งสุทธิ 585,000 บาท ถ้าเธอทำรายการทางการเงินดังต่อไปนี้
 
I)
ซื้อเช็คของขวัญสำหรับงานแต่งงานเพื่อนมูลค่า 5,000 บาท โดยการหักเงินจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์
II)
ชำระค่าส่วนกลางคอนโดมีเนียมที่ค้างไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วจำนวน 24,000 บาท ด้วยเงินสด
III)
ซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ 35,000 บาท โดยชำระเงินผ่านบัตรเครดิต
  ความมั่งคั่งสุทธิของสมหญิงจะเท่ากับเท่าใด
 
 
1)
585,000 บาท
2)
580,000 บาท
3)
556,000 บาท
4)
521,000 บาท

 

12.
ในการรวบรวมข้อมูลจากผู้ขอรับคำปรึกษา
 
I)
ถ้าผู้วางแผนการเงิน ไม่สามารถรวบรวมข้อมูลได้เพียงพอ ควรยกเลิกการให้บริการทันท๊
II)
การสัมภาษน์เป็นวิธีรวบรวมข้อมูล ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
III)
ข้อมูลการลงทุนในปัจจุบัน ช่วยให้ประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยงของผู้ขอรับคำปรึกษาเบื้องต้นได้
IV)
ข้อมูลชื่อผู้ถือสินทรัพย์ ช่วยให้การวางแผนภาษีส่วนบุคคลมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  ตัวเลือกใดต่อไปนี้ ถูกต้อง ที่สุด
 
 
1)
ข้อ I, II, และ III ถูก
2)
ข้อ II, III, และ IV ถูก
3)
ข้อ II และ III ถูก
4)
ข้อ III และ IV ถูก

 

13.
บุคคลในตัวเลือกใดต่อไปนี้ ใช้ประโยชน์จากงบประมาณเงินสดส่วนบุคคล ไม่ถูกต้อง
 
 
1)
สุชาติต้องการทราบแหล่งที่มาของเงินสดรับในอนาคตและพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเอง
2)
สุวัฒน์ต้องการเตรียมความพร้อมทางการเงิน เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉินทางการเงินที่อาจจะเกิดขึ้นได้
3)
สุภาพรต้องการบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว
4)
สุดารัตน์ต้องการทราบระดับสภาพคล่องของตนเอง

 

14.
สุกัลยามีหนี้สินระยะสั้น 45,000 บาท หนี้สินระยะยาว 580,000 บาท เธอชำระหนี้เฉลี่ยเดือนละ 23,000 บาท มีสินทรัพย์เพื่อสภาพคล่อง 120,000 บาท สินทรัพย์เพื่อการลงทุน 250,000 สินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 1,750,000 บาท เธอมีรายรับปีละ 1,100,000 บาท ตัวเลือกใดต่อไปนี้ ไม่ถูกต้อง
 
 
1)
สุกัลยาไม่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง
2)
สุกัลยาไม่มีปัญหาในการชำระหนี้ระยะสั้น แต่เธอมีหนี้สินระยะยาวมากเกินไป
3)
สุกัลยามีความเสี่ยงที่จะมีรายได้ไม่เพียงพอชำระหนี้ในระดับต่ำมาก
4)
สุกัลยามีความมั่นคงทางการเงินในระดับที่ดี

 

15.
ข้อใดต่อไปนี้อยู่ในหมวดการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น
 
 
1)
การวิเคราะห์ความต้องการพื้นฐาน
2)
การวิเคราะห์ด้วยการจัดการความเสี่ยง และการทำประกัน
3)
การวิเคราะห์ข้อมูลบริษัทที่ลงทุน
4)
ข้อ 1) และ ข้อ 2) ถูกต้อง

 

16.
ข้อใด ถูกต้อง เกี่ยวกับภาษีเงินได้จากการโอนอสังหาริมทรัพย์
 
 
1)
การขายอสังหาริมทรัพย์อันเป็นทางค้าหรือหากำไรไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
2)
การได้รับอสังหาริมทรัพย์มาโดยไม่เสียค่าตอบแทนนั้น ผู้โอนเป็นผู้เสียภาษีเงินได้
3)
การขายอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลธรรมดานั้น กฎหมายให้นำราคาขายจริงหรือราคาประเมินเพื่อจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมฯ แล้วแต่ว่าราคาใดจะสูงกว่ามาใช้ในการคำนวณภาษี
4)
การขายอสังหาริมทรัพย์อันได้มาโดยมรดก ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้

 

17.
ข้อใด มิใช่ การใช้เขตอำนาจรัฐในการจัดเก็บภาษีจาก “แหล่งเงินได้” (Source Rule) ตามกฎหมายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของประเทศไทย
 
 
1)
นายเจียง เป็นชาวไต้หวัน มีห้องชุด 1 ห้องที่จังหวัดภูเก็ต นายเจียงให้ นายกฤช ซึ่งมีสัญชาติไทย เช่าห้องชุดดังกล่าวเป็นเวลา 7 เดือนในปีภาษีปัจจุบัน นายกฤช ชำระค่าเช่าโดยโอนเงินไปเข้าบัญชีของนายเจียงที่ไต้หวันทุกวันที่ 5 ของเดือน
2)
นาย ข. สัญชาติไทย เป็นนักเทนนิสระดับโลก อยู่ในประเทศไทยในปีภาษีป้จจุบ้นเป็นเวลา 200 วัน นาย ข. ได้รับเงินรางวัลจากการแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดัน ประเทศอังกฤษ และนำเงินรางวัลนั้นกลับเข้าประเทศไทยในปีภาษีเดียวกันนี้
3)
นาย ค. สัญชาติไทย ในปีภาษีนี้นาย ค อยู่ในต่างประเทศ 3 เดือน และมีเงินได้จากการให้เช่ารถยนต์ในประเทศไทยระหว่างที่ตนไปอยู่ต่างประเทศ
4)
Professor ABC สัญชาติอเมริกัน เข้ามาสอนวิชาการวางแผนการเงินให้สถาบันแห่งหนึ่งในประเทศไทย 7 เดือน ได้รับเงินค่าตอบแทนจากสถาบันไทย แต่การจ่ายเงินไปจ่ายกันในต่างประเทศ

 

18.
เงินได้ข้อใดต่อไปนี้ กฎหมาย ไม่ให้ หักค่าใช้จ่ายทั้งหมด
 
 
1)
ลิขสิทธิ์ ดอกเบี้ย เงินปันผล
2)
ดอกเบี้ย เงินปันผล สิทธิบัตร
3)
ค่าเช่ารถยนต์ เบี้ยประชุม สิทธิบัตร
4)
เงินปันผล ผลประโยชน์จากการขายหุ้น ลิขสิทธิ์

 

19.
ลูกค้าต้องการลงทุนในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูง (growth stock) แต่จริยา (CFP) แนะนำให้ลูกค้าลงทุนในหน่วยลงทุน ที่ลงทุนในหุ้นพื้นฐาน (bluechip stock) ที่ธนาคารตนเป็นตัวแทนจำหน่าย แทนการลงทุนในหุ้นที่ลูกค้าต้องการ การกระทำของจริยาฝ่าฝืนจรรยาบรรณในข้อใด
 
 
1)
ความซื่อสัตย์ (integrity)
2)
การรักษาความลับ (confidentialilty)
3)
ความเป็นกลาง (objective)
4)
ความรู้ความสามารถ (competence)

 

20.
คำถาม กรณีใดต่อไปนี้ ที่ผู้มีคุณวุฒิ CFP สามารถเปิดเผยข้อมูลลูกค้าที่ได้จากการปฏิบัติหน้าที่
 
 
1)
เมื่อเป็นการให้ข้อมูลตามที่มีหมายเรียกของศาล
2)
เมื่อได้รับความยินยอมจากลูกค้า
3)
เมื่อเกิดข้อขัดแย้งระหว่างผู้มีคุณวุฒิ CFP กับลูกค้า
4)
ถูกทุกข้อ

 

21.
ข้อความต่อไปนี้เป็นการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ เรื่อง ความใส่ใจระมัดระวัง (diligence) ยกเว้น ในข้อใด
 
 
1)
นำผลการประเมิน profile ลูกค้าที่จัดทำโดยผู้ใต้บังคับบัญชาที่เพิ่งเริ่มทำงาน โดยไม่มีการทบทวนก่อนนำไปใช้
2)
ประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยงของลูกค้า เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้า
3)
หากลูกค้ามีข้อร้องเรียน จะต้องตอบข้อร้องเรียนอย่างรวดเร็ว และแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
4)
แนะนำลูกค้าให้ติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนมรดก เนื่องจากตนไม่มีความชำนาญ

 

22.
นักวางแผนการเงินควรมีการดำเนินการอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาความรู้สึกของลูกค้าที่อาจไม่พึงพอใจต่อผลตอบแทน จากการลงทุนปีที่ผ่านมา ต่ำกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยที่คาดหวังตามที่ระบุไว้ในแผนการเงิน
 
I)
ชี้แจงสถานการณ์การลงทุนในปีที่ผ่านมาให้ลูกค้าเข้าใจ
II)
ชี้แจงให้ลูกค้าตระหนักถึงเป้าหมายระยะยาวมากกว่าผลตอบแทนรายปี
 
 
1)
I เท่านั้น
2)
II เท่านั้น
3)
I และ II
4)
ไม่ถูกต้องทั้ง I และ II

 

23.
ในสถานการที่นักวางแผนการเงินได้รับการติดต่อจากภรรยานักการเมืองท้องถิ่นให้วางแผนการเงิน โดยจะมีเงินสดจำนวน 20 ล้านบาทมาให้จัดพอร์ตการลงทุน และภรรยานักการเมืองไม่ได้ทำธุรกิจ เป็นเพียงแม่บ้านและยืนยันที่จะไม่ให้ข้อมูลมากนัก
 
 
1)
หาทางปฏิเสธการให้บริการหรือยุติการให้บริการ
2)
วิเคราะห์ข้อมูลอย่างระมัดระวังโดยใช้วิธีอนุรักษ์นิยม
3)
เตือนลูกค้าถึงข้อจำกัดในการให้คำแนะนำ
4)
เตือนลูกค้าให้พิจารณาถึงความเหมาะสมของคำแนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน


24.
นักวางแผนการเงินดำเนินการประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยงของลูกค้า เพื่อเป้าหมายดำเนินการอะไรดังต่อไปนี้
 
 
1)
เพื่อแบ่งกลุ่มลูกค้าที่ดูแลให้ใกล้ชิดขึ้น
2)
เพื่อกำหนดเป้าหมายทางการเงินที่ลูกค้าต้องการ
3)
เพื่อให้ทราบทัศนคติ และความสามารถทางการเงินของลูกค้า
4)
เพื่อจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับลูกค้า และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทางการเงิน

 

ข้อมูลสำหรับตอบคำถาม ข้อที่ 25 - 29

    ปัจจุบัน นายเกษมมีอายุ 25 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี มีประสบการณ์ทำงาน 4 ปี ขณะนี้มีรายได้ปีละ 400,000 บาท รับเงินเดือนปีละครั้งที่ปลายปี และคาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นในอัตรา 3% ต่อปี ไปจนเกษียณเมื่ออายุครบ 60 ปี

    นายเกษมพิจารณาแล้วเห็นว่าหากตนศึกษาต่อในระดับปริญญาโทจะทำให้มีรายได้สูงขึ้นจากปัจจุบัน 40% นายเกษมจึงวางแผนศึกษาต่อ โดยคาดว่าในช่วงที่ศึกษาต่อจะต้องลาออกจากงานมาเรียนเต็มเวลาเป็นเวลา 2 ปี และจะมีค่าใช้จ่ายในการศึกษาที่รวมทั้งค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพปีละ 250,000 บาท (ชำระทั้งจำนวนที่ต้นปีในแต่ละปี)

    ในปัจจุบันนายเกษมไม่มีเงินออมและต้องการวางแผนการออมเงินเพื่อให้มีเงินเพียงพอ สำหรับการศึกษาต่อ โดยนายเกษมต้องการใช้เวลาในการออมเงินเป็นเวลา 5 ปีนับจากวันนี้ ก่อนที่จะลาออกจากงานเพื่อศึกษาต่อ ดังนั้นนายเกษมคาดว่าจะสามารถเริ่มศึกษาต่อได้เมื่ออายุ 30 ปี (5 ปีหลังจากวันนี้) 

    สมมติธนาคารเสนออัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ 4% ต่อปี

 

25.
หากนายเกษมต้องการออมเงินเป็นรายปีโดยเริ่มต้นฝากเงินตั้งแต่ปลายปีปัจจุบันจนกระทั่งอายุ 30 ปี (ฝากเงินที่ปลายปีเป็นจำนวน 5 งวด) จะต้องฝากเงินปีละเท่าไร
 
 
1)
97,083.38 บาท
2)
95,653.55 บาท
3)
90,538.30 บาท
4)
111,039.13 บาท

 

26.
หากนายเกษมต้องการฝากเงินครั้งเดียวในตอนนี้ (ฝากเงินครั้งเดียวที่ต้นปีปัจจุบัน) จะต้องฝากเงินเท่าไร
 
 
1)
471,297.95 บาท
2)
403,060.41 บาท
3)
485,436.89 บาท
4)
500,000 บาท

 

27.
ข้อใด ถูกต้อง เกี่ยวกับผลกระทบของปัจจัยต่างๆ ต่อภาระในการออมเงินของนายเกษม
 
 
1)
หากอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น จะทำให้มีภาระในการออมต่อปีลดลง
2)
หากมีการขึ้นค่าเล่าเรียน จะทำให้มีภาระในการออมต่อปีลดลง
3)
การเลื่อนเวลาที่จะศึกษาต่อออกไป จะทำให้มีภาระในการออมต่อปีมากขึ้น
4)
ไม่มีข้อใดถูก

 

28.
ข้อใด ถูกต้อง เกี่ยวกับปัจจัยที่จะกระทบต่อการตัดสินใจจะศึกษาต่อหรือไม่ของนายเกษม
 
I)
หากเริ่มต้นวางแผนเมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่จะตัดสินใจศึกษาต่อจะลดลง
II)
หากส่วนต่างของรายได้ระหว่างวุฒิปริญญาตรีและโทกว้างขึ้น โอกาสที่จะตัดสินใจศึกษาต่อจะสูงขึ้น
III)
หากค่าใช้จ่ายในการศึกษาสูงขึ้น โอกาสที่จะตัดสินใจศึกษาต่อจะลดลง
 
 
1)
ข้อ I) เท่านั้น
2)
ข้อ I) และ III)
3)
ข้อ II) และ III)
4)
ข้อ I) II) และ III)

 

29.
หากนายเกษมต้องการออมเงินเป็นรายปีโดยเริ่มต้นฝากเงินตั้งแต่ต้นปีปัจจุบันจนกระทั่งอายุ 30 ปี (ฝากเงินที่ต้นปีเป็นจำนวน 6 งวด) จะต้องฝากเงินปีละเท่าไร
 
 
1)
73,931.32 บาท
2)
76,236.84 บาท
3)
78,236.84 บาท
4)
80,236.84 บาท