บทความ: บริหารจัดการเงิน
หนี้ กยศ. กับ First Jobber: เร่งปิด หรือ ผ่อนต่อ?
นูชื่อเมย์ อายุ 24 ปี เพิ่งเรียนจบและเริ่มทำงานได้ประมาณ 6 เดือน เงินเดือน 20,000 บาท พยายามจัดการค่าใช้จ่ายให้พอในแต่ละเดือน ตอนนี้มีหนี้ กยศ ประมาณ 300,000 บาท จ่ายขั้นต่ำตามที่กำหนด หนูอยากรีบปิดหนี้ให้หมด ในฐานะเด็กจบใหม่อย่างหนู เงินเดือนระดับนี้ ควรเร่งปิดหน กยศ หรือค่อยๆ ผ่อนตามแผนไปก่อนดีคะ?
ในมุมของนักวางแผนการเงิน เรื่องควรรีบปิดหนี้ให้หมดดีไหม อาจจะยังตอบไม่ได้ในทันที สิ่งที่พี่อยากให้น้องเมย์ลองตรวจสอบดูก่อนคือ ในแต่ละเดือนเงินไหลออกไปกับอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายจำเป็น ทั้งค่ากินอยู่ ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต เป็นเท่าไร เช่าบ้านหรือยังอยู่กับพ่อแม่ เพราะแค่คำถามว่า “อยู่บ้านพ่อแม่” กับ “เช่าห้องเอง” โครงสร้างชีวิตการเงินก็ต่างกันมากแล้ว
เมื่อเขียนรายจ่ายทั้งหมดออกมาให้เห็นภาพ น้องเมย์จะตอบตัวเองได้ทันทีว่า หลังหักค่าใช้จ่ายจำเป็นแล้ว เงินที่เหลือจริงต่อเดือนคือเท่าไร และตัวเลขนี้แหละ คือ จุดเริ่มต้นของทุกการตัดสินใจเรื่องหนี้ เรื่องออม และเรื่องอนาคต
สำหรับคนที่เพิ่งทำงานมาเพียง 6 เดือน อยากให้เห็นความสำคัญของเงินก้อนหนึ่งมากเป็นพิเศษ นั่นคือ “เงินสำรองฉุกเฉิน” (Emergency Cash) เพราะในช่วงต้นของชีวิตการทำงาน ทุกอย่างยังไม่นิ่ง ทั้งรายได้ งานที่ทำ โอกาสเปลี่ยนงาน หรือแม้แต่การย้ายที่อยู่ นักวางแผนการเงินแนะนำให้มีเงินสำรองก้อนนี้ 6 -12 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองให้ต้องมีเงินสำรอง 6 เดือนในทันที แต่อยากให้เริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ ก่อน คือมีเงินสำรองอย่างน้อยประมาณ 3 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น แล้วค่อยขยับไป 6 เดือนในลำดับถัดไป
หากน้องเมย์ยังไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินเลย แล้วเอาเงินที่เหลือทั้งหมดไปเร่งจ่ายหนี้ วันหนึ่งที่เกิดเหตุจำเป็น เช่น ต้องออกจากงานกะทันหัน ป่วย หรือย้ายงานแบบไม่มีรายได้ต่อเนื่อง อาจต้องไปกู้หนี้ก้อนใหม่ ซึ่งมักจะเป็นหนี้ดอกเบี้ยแพงกว่าหนี้ กยศ.หลายเท่า และนั่นจะทำให้ชีวิตการเงินยากขึ้นโดยไม่จำเป็น
เมื่อเริ่มมีเงินสำรองแล้ว จึงค่อยกลับมาดู “หนี้กยศ.” อย่างเป็นเหตุเป็นผลกัน
ตาราง: การผ่อนหนี้ กยศ. 300,000 บาท
จากตาราง จะเห็นได้ว่าโครงสร้างของหนี้ก้อนนี้ถูกออกแบบมาให้ค่อยเป็นค่อยไป ปีแรกๆ ยอดผ่อนต่อเดือนอยู่เพียงหลักร้อยไปจนถึงประมาณพันต้นๆ แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มขึ้นในปีถัดไปตามลำดับ ถือเป็นแนวคิดของการออกแบบหนี้เพื่อให้สอดคล้องกับรายได้ของคนเพิ่งเริ่มทำงาน
อีกประเด็นที่สำคัญมากในการวางแผนการเงินคือ อัตราดอกเบี้ยของหนี้ กยศ.อยู่ประมาณ 1% ต่อปี ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับหนี้ในระบบทั่วไป และอยู่ในระดับใกล้เคียงกับดอกเบี้ยเงินฝากด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้ นักวางแผนการเงินจึงอยากให้น้องเมย์นำยอดผ่อนต่อเดือนในตาราง ไปเทียบกับเงินที่เหลือจริงหลังหักค่าใช้จ่าย แล้วถามตัวเองว่า ถ้าต้องเร่งปิดหนี้เร็วขึ้นจะต้องใช้ชีวิตตึงแค่ไหน และยังเหลือพื้นที่ให้เก็บเงินฉุกเฉิน หรือออมเพื่ออนาคตอยู่หรือไม่
ในมุมของนักวางแผนการเงิน การตัดสินใจเรื่องหนี้ไม่ใช่แค่ดูว่า “หนี้ก้อนนี้ดอกเบี้ยเท่าไร” แต่ต้องดูด้วยว่า เงินก้อนเดียวกัน ถ้าเอาไปใช้ในจุดอื่น เช่น สร้างเงินสำรอง สร้างนิสัยการออม หรือเริ่มต้นวางแผนอนาคตตั้งแต่อายุ 24 ปี จะให้คุณค่ากับชีวิตระยะยาวมากแค่ไหน เงินทุกก้อนมีต้นทุนของโอกาสเสมอ จึงไม่ได้มองว่า น้องเมย์จำเป็นต้องรีบปิดหนี้ กยศ.เป็นเป้าหมายอันดับแรกของชีวิต ถ้าพื้นฐานทางการเงินยังไม่แข็งแรง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างวินัยให้ผ่อนอย่างสม่ำเสมอ ไม่หลุด และในขณะเดียวกันก็เริ่มสร้างระบบการออมของตัวเองไปพร้อมกัน เพราะถ้าเร่งปลดหนี้จนเงินตึงเกินไป ชีวิตจะไม่มีพื้นที่ให้เรียนรู้เรื่องการออม เรื่องการลงทุน และเรื่องการตั้งเป้าหมายอื่นของชีวิตเลย
อีกเรื่องเล็กๆ ที่อยากฝากไว้คือ แม้หนี้กยศ.จะเป็นหนี้ดอกเบี้ยต่ำและเงื่อนไขดีมาก แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือการชำระให้ตรงตามกำหนดทุกปี เพราะหากผิดนัดชำระ จะมีเบี้ยปรับและอาจส่งผลต่อประวัติทางการเงินในระยะยาวได้
อยากให้น้องเมย์ลองถามตัวเองว่า นอกจากเรื่องหนี้แล้ว ในอีก 3–5 ปีข้างหน้า มีเป้าหมายอะไรในชีวิตบ้าง อยากเรียนต่อ อยากเปลี่ยนงาน อยากย้ายที่อยู่ อยากมีเงินตั้งต้นสำหรับชีวิตของตัวเอง หรืออยากเตรียมเงินสำหรับแผนบางอย่างในอนาคต เป้าหมายระยะใกล้และระยะกลางเหล่านี้ ควรถูกใส่ไว้ในแผนตั้งแต่วันนี้ ไม่จำเป็นต้องรอจนกว่าจะปลดหนี้หมดแล้วค่อยเริ่มคิดวางแผน
สรุป ก็คือ หากยังไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินเลย ไม่แนะนำให้เร่งปิดหนี้กยศ.ก่อน แต่ควรเริ่มจากรู้สถานะการเงินของตัวเอง รู้ทั้งรายจ่ายจริงของตัวเอง และเงินที่เหลือจริงต่อเดือน สร้างเงินสำรองฉุกเฉินให้ได้อย่างน้อย 3 เดือนของค่าใช้จ่าย แล้วผ่อน กยศ.ตามแผนปกติไปก่อน เมื่อวันหนึ่งรายได้ดีขึ้น มีเงินเหลือมากขึ้น หรือมีเงินก้อน เช่น โบนัสหรือรายได้เสริม ค่อยนำเงินส่วนเกินมาโปะหนี้เพื่อลดเงินต้น วิธีนี้อาจไม่ได้ทำให้น้องเมย์ปลดหนี้เร็วที่สุด แต่จะช่วยให้สร้างชีวิตการเงินที่เดินต่อได้ยาว และไม่เหนื่อยเกินไปตั้งแต่วันแรกของการทำงาน