logo
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับสมาคม
  • ประเภท/สิทธิประโยชน์ของสมาชิก
  • เอกสารดาวน์โหลด
  • แหล่งข้อมูล
  • FAQ
  • ติดต่อเรา
Previous Next
แหล่งข้อมูล
  • ประกาศสมาคม
  • ข่าวสมาคม
  • กิจกรรมสมาคม
  • เอกสารเผยแพร่
  • วิดีโอ
  • หน่วยงานพันธมิตร
บทความ: ประกันภัย

กองทุนฌาปนกิจ เตรียมพร้อมก่อนตาย เพื่อหน้าตาของคนเป็นและคนตาย

 

ช่วงแรกๆของการไปให้ความรู้เรื่องการวางแผนการเงิน พบว่าการออมเงินที่นิยมกันมากๆในต่างจังหวัด คือ กองทุนฌาปนกิจ (Cremation Fund) หรือที่หลายคนคุ้นเคยในรูปแบบของ "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์" คือการบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ "เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข" โดยมี​หลักการพื้นฐานคือ "การที่สมาชิกช่วยกันจ่ายเงินเมื่อมีสมาชิกคนอื่นเสียชีวิต" เพื่อนำเงินก้อนนั้นไปมอบให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตใช้จัดการศพและเป็นทุนในการดำรงชีวิต ยอมรับเลยว่า ตอนแรกก็งงเหมือนกัน ลำพังแค่งานศพ ค่าใช้จ่ายจะมากอะไรนักหนา ปรากฏว่า เมื่อเจอกับเพื่อนสนิทของตนเองที่พ่อเสียด้วยอุบัติเหตุ ค่างานศพสูงถึงกว่า 500,000 บาท ที่ค่าใช้จ่ายเยอะขนาดนั้นก็เพราะงานศพถือเป็นหน้าตาของคนตายและคนเป็น จึงต้องจัดใหญ่ เพื่อนผมเองก็เป็นหนี้อยู่ รายได้น้อย แนะนำให้จัดพอเหมาะแก่ฐานะ ญาติๆก็ไม่ยอม บอกว่าถ้าจัดไม่ใหญ่โต จะไม่สามารถอยู่สู้หน้าในสังคมได้ สุดท้ายก็ต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้จ่าย คนที่ตายไปแล้วไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย แต่คนที่อยู่ต้องมารับภาระหนี้ ทำนอง “คนตายขายคนเป็น” 

กองทุนฌาปนกิจ จึงเป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลหลายคน เพื่อสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกฯ ที่ถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้หากำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน เพื่อ

  • สร้างความมั่นใจให้กับคนที่ออมว่า ถ้าหากตัวเองต้องจากไป ลูกหลานก็จะมีเงินมาจัดงานศพได้อย่างสมฐาน

  • ลดภาระให้กับลูกหลานที่ต้องหาเงิน กู้หนี้ยืมสิน มาจัดงานศพ

กลไกการทำงานของกองทุน ​กระบวนการทำงานแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ครับ:

  1. ​การสมัครและจ่ายเงินแรกเข้า ​เมื่อสมัครเป็นสมาชิก เราจะต้องจ่ายเงินในส่วนของ:
    • ค่าสมัครและค่าธรรมเนียม: เพื่อใช้ในการบริหารจัดการสมาคม
    • ​เงินสงเคราะห์ล่วงหน้า: เป็นเงินก้อนแรกที่วางไว้เพื่อตัดจ่ายเมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต
  2. การเรียกเก็บเงินเมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต สมมติว่าสมาคมมีสมาชิก 1,000 คน และตกลงกันว่าจะช่วยกันศพละ 50 บาท
    • ​เมื่อมีสมาชิก เสียชีวิต 1 ราย สมาชิกที่เหลืออีก 999 คน จะถูกหักเงินคนละ 50 บาท
    • เงินที่รวบรวมได้จะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน:
      • ​เงินสงเคราะห์: มอบให้ทายาทผู้เสียชีวิต (เช่น 999 \times 50 = 49,950 บาท)
      • ​ค่าบริหารจัดการ: สมาคมอาจหักไว้บางส่วน (ตามกฎหมายไม่เกิน 90 วัน หรือตามที่ข้อบังคับระบุ) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
  3. ​การจ่ายเงินสงเคราะห์ ​ทายาทจะต้องแจ้งการตายภายในระยะเวลาที่กำหนด (มักจะ 24-48 ชั่วโมง) พร้อมหลักฐาน เพื่อให้กองทุนอนุมัติเงินจ่ายล่วงหน้าบางส่วนสำหรับจัดงานศพ และจ่ายส่วนที่เหลือหลังจากรวบรวมจากสมาชิกครบแล้ว

คุณสมบัติ ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ

  • เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ มีอายุ 20 ปี บริบูรณ์ หรือชายหญิงอายุ 17 ปีที่สมรส

  • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือบุคคลไร้ความสามารถ

  • มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแกร่ง

หมายเหตุ แต่ละสมาคมฯ จะมีเงื่อนไขคุณสมบัติเพิ่มเติมที่แตกต่างกันได้

อัตราค่าสมัคร

  • อัตราค่าสมัคร จ่ายครั้งเดียวไม่เกิน 100 บาท

  • เงินค่าบำรุง ไม่เกินเดือนละ 5 บาท หรือปีละ 50 บาท

  • เงินสงเคราะห์ล่วงหน้า คือ เงินที่เรียกเก็บจากสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อสำรองไว้จ่ายให้แก่ทายาทเมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต เพื่อไม่ต้องรอเรียกเก็บเป็นรายศพในภายหลังโดยแต่ละกองทุนจะมีรายละเอียดการเรียกเก็บและสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันไป  มักเรียกเก็บเป็นรายปี หรือหักจากเงินเดือน/บัญชีเงินฝากตามมติของสมาคม หากเงินสำรองนี้หมดลง สมาคมอาจเรียกเก็บเพิ่มเติมได้

  • เงินสงเคราะห์รายศพ สมาคมเรียกเก็บได้ไม่เกินศพละ

    • 100 บาทถ้ามีสมาชิกไม่เกิน 2,500 คน

    • 50 บาทถ้ามีสมาชิก 2,501 - 5,000 คน

    • 30 บาทถ้ามีสมาชิก 5,000 - 10,000 คน

    • 20 บาทถ้ามีสมาชิก 10,001 คน ขึ้นไป

ทั้งนี้ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาล อบต.และสำนักงานเขตของแต่ละพื้นที่

​ข้อดี และ ข้อควรระวัง

หัวข้อ

ข้อดี

ข้อควรระวัง

การคุ้มครอง

ช่วยลดภาระค่าทำศพทันที

ไม่ใช่การออมเงิน (ไม่ได้เงินคืนถ้าลาออก)

คุณสมบัติ

รับสมัครคนอายุเยอะ/โรคประจำตัว (บางแห่ง)

หากเงื่อนไขการรับสมาชิกไม่รัดกุม ไม่จำกัอายุสมาชิก ไม่จำกัดโรค โอกาสที่สมาชิกที่มีชีวิตอยู่จะเสียเงินสงเคราะห์ยิ่งมาก โอกาสได้เงินก็น้อยตาม

การชำระ

เฉลี่ยจ่ายเป็นรายครั้ง (ศพละหลักบาท)

ถ้าปีไหนมีคนเสียชีวิตเยอะ ค่าใช้จ่ายของสมาชิกที่มีชีวิตอยู่จะสูงขึ้นมาก

หากสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เลิกกิจการ ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ จะมีการชำระบัญชีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้น โดยคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์มีหน้าที่จัดการรักษาทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไว้จนกว่าผู้ชำระบัญชีจะเรียกให้ส่งมอบ

เมื่อชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่จะแบ่งให้แก่สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ได้ ทรัพย์สินนั้นจะต้องโอนไปให้แก่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่น หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะตามที่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หรือตามมติของที่ประชุมใหญ่ ในกรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับหรือที่ประชุมไม่ได้มีมติไว้ ให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน

ทั้งนี้ ในกรณีของเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า สมาชิกอาจมีสิทธิได้รับคืนเท่าที่สมาชิกผู้นั้น ยังไม่ตกอยู่ในความผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ตามที่จ่ายล่วงหน้าไว้ให้แล้ว แต่หากสมาคมนำไปจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์ศพให้แก่ผู้รับเงินของสมาชิกที่ตายหมดแล้ว สมาชิกจะขอคืนหรือเรียกคืนไม่ได้

ความเสี่ยงที่ต้องระวัง ​แม้จะเป็นระบบที่ดี แต่ก็มีความเสี่ยงที่สมาชิกควรรู้:

  • ​ความเสี่ยงด้านประชากร: หากสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ อัตราการเสียชีวิตจะสูง ทำให้สมาชิกที่เหลือต้องส่งเงินบ่อยและถี่ขึ้น และหากสมาชิกส่วนใหญ่เสียชีวิตไปแล้ว (ยิ่งเป็นสังคมคนสูงอายุ โอกาสที่สมาชิกเสียชีวิตยิ่งมาก) เท่ากับว่าสมาชิกคนที่เสียชีวิตทีหลังจ่ายเงินสงเคราะห์ไปมากกว่าที่ตนเองจะได้รับเมื่อตอนเสียชีวิต

  • ​การบริหารจัดการ: หากสมาคมขาดความโปร่งใสหรือไม่มีระบบตรวจสอบที่ดี อาจเกิดปัญหาเงินขาดมือหรือปิดตัวลงได้

ดังนั้นการตัดสินใจสมัครเข้า "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ศพ" เป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณาให้ดี เพราะปัจจุบันมีกรณีสมาคมถูกสั่งเลิกหรือปิดตัวลงเนื่องจากปัญหาการบริหารจัดการค่อนข้างบ่อย (ข้อมูลล่าสุดต้นปี 2569 มีการสั่งเลิกไปแล้วกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ) โดยมีหลักพิจารณา ดังนี้

  1. ​ความน่าเชื่อถือและสถานะของกองทุน เป็นข้อที่สำคัญที่สุด เพราะเรากำลังฝากความหวัง (และเงิน) ไว้ในระยะยาว
    • การจดทะเบียน: ต้องดูว่าเป็นกองทุนที่จดทะเบียนถูกต้องตาม พ.ร.บ. การฌาปนกิจสงเคราะห์ หรือไม่ (มักสังเกตได้จากชื่อหน่วยงานที่กำกับดูแล เช่น ของธนาคาร, ส่วนราชการ หรือสมาคมต่างๆ)
    • จำนวนสมาชิก: ยิ่งสมาชิกเยอะ เงินสงเคราะห์ที่จะได้รับก็จะสูงขึ้นตามตัวเลขสมาชิก (ปกติจะจ่ายตามจำนวนหัว) แต่ต้องดูด้วยว่าจำนวนสมาชิกคงที่หรือลดลงอย่างต่อเนื่องหรือไม่
  2. เงื่อนไข "การจ่ายเงิน" และ "เงินสงเคราะห์"
    • ​ค่าสมัครและเงินส่งเข้ากองทุน: คำนวณดูว่าต้องจ่ายแรกเข้าเท่าไหร่ และต้องสำรองเงินไว้จ่ายต่อศพ (ศพละกี่บาท) หากปีนั้นมีคนเสียชีวิตเยอะ เราไหวกับการจ่ายต่อเนื่องไหม?
    • เงินสงเคราะห์ที่จะได้รับ: เมื่อเสียชีวิต ทายาทจะได้เงินประมาณเท่าไหร่? คุ้มค่ากับเบี้ยที่ส่งไปหรือไม่ในกรณีที่มีอายุยืนยาวมากๆ
    • ​ระยะเวลารอคอย: ส่วนใหญ่จะมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นสมาชิกครบกี่วัน (เช่น 90 หรือ 180 วัน) ถึงจะได้รับสิทธิ์เต็มจำนวน หากเสียชีวิตก่อนหน้านั้นอาจได้แค่เงินคืนหรือไม่ได้เลย
  3. สภาพคล่องและการเรียกเก็บเงิน
    • ​​​​​​​​ระบบการเก็บเงิน: มีการหักผ่านบัญชีอัตโนมัติหรือไม่? เพราะถ้าเราลืมจ่ายจนขาดส่ง สภาพสมาชิกอาจสิ้นสุดลงทันทีและเงินที่เคยส่งไปมักจะไม่ได้คืน
    • ความโปร่งใส: กองทุนมีการรายงานงบการเงินหรือแจ้งจำนวนสมาชิกที่เสียชีวิตในแต่ละเดือนอย่างชัดเจนหรือไม่
  4. สุขภาพและอายุของผู้สมัคร
    • เกณฑ์อายุ: แต่ละกองทุนมีเพดานอายุการรับสมัครต่างกัน (เช่น ไม่เกิน 60 หรือ 70 ปี)
    • การตรวจสุขภาพ: บางแห่งอาจต้องแถลงสุขภาพ หากปกปิดข้อมูลแล้วตรวจพบภายหลัง ทายาทอาจชวดเงินได้ครับ

ข้อแนะนำ: หากเราอายุยังไม่มากและสุขภาพแข็งแรง การทำ ประกันชีวิต แบบเน้นความคุ้มครองอาจจะให้ผลประโยชน์ที่แน่นอนและคงที่มากกว่าในแง่ของ "เบี้ยประกัน" แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุที่ทำประกันยากแล้ว กองทุนฌาปนกิจ คือทางเลือกที่ดีในการสร้างมรดกชิ้นสุดท้ายครับ

ความแตกต่างระหว่าง "กองทุนฌาปนกิจ" กับ "ประกันชีวิต"

หัวข้อเปรียบเทียบ

กองทุนฌาปนกิจ

ประกันชีวิต (บริษัทเอกชน)

ค่าเบี้ย/เงินส่ง

ไม่คงที่ (ขึ้นอยู่กับจำนวนคนตาย)

คงที่ (ตามที่ระบุในสัญญา)

การตรวจสุขภาพ

มักไม่ต้องตรวจ (แต่อาจมีระยะเวลารอคอย)

ตรวจสุขภาพหรือแถลงประวัติสุขภาพเข้มงวด

วัตถุประสงค์

ช่วยเหลือจัดการศพ/สงเคราะห์เพื่อนสมาชิก

ความคุ้มครอง/การออมทรัพย์/การลงทุน

การควบคุม

กรมการปกครอง/พม. (ตาม พรบ.ฌาปนกิจ)

คปภ. (คุมธุรกิจประกัน)

สิทธิประโยชน์ทางภาษี

ไม่มี

ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 หรือ 200,000 บาท

 

ติดตามข่าวสารของสมาคมได้ทาง

   ประกาศความเป็นส่วนตัวการใช้งานคุ๊กกี้        ประกาศความเป็นส่วนตัว        แผนผังเว็บไซต์
สงวนลิขสิทธิ์ 2560 สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
CFP®,CERTIFIED FINANCIAL PLANNER™, and are trademarks owned outside the U.S. by Financial Planning Standards Board Ltd.
Thai Financial Planners Association is the marks licensing authority for the CFP marks in Thailand, through agreement with FPSB.

สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
ชั้น 6 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
93 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง
กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์: 0 2009 9393
Website: www.tfpa.or.th